26
Sep

เพราะเว็บไซต์มีหลายแบบ จึงต้องเลือกให้เหมาะสม

Category: Blog / 94 views

สวัสดีครับ กลับมาพบกันอีกแล้วกับบล็อกเล่าเรื่องราวในแวดวงการทำเว็บไซต์นะครับ สำหรับครั้งนี้ผมจะมาพูดถึงเสกลของการพัฒนาเว็บไซต์ครับ เพราะหลายต่อหลายคนเวลาถามผมว่า เนี่ยอยากจะมีเว็บไซต์เป็นของตัวเอง แต่ก็ไม่มั่นใจว่า เว็บที่ต้องการมันเหมาะสมหรือเปล่า แล้วราคาที่ต้องจ่ายมันคุ้มค่าหรือไม่


(ภาพประกอบจาก https://themeforest.net/item/real-estate-property-psd-template/18431836?ref=pxcr)

จริงๆแล้ว ในโลกออนไลน์นั้น การมีเว็บไซต์เป็นของตัวเองผมมองว่าเป็นเรื่องที่ดีมากๆ เพราะเป็นการเปิดโอกาสให้ผู้คนได้รู้จักเรา บางทีเราก็ไม่รู้หรอกว่าใครบ้างที่จะกลายมาเป็นลูกค้าของเรา อย่างน้อยถ้าเรามีพื้นที่บนโลกออนไลน์ มันก็ช่วยเพิ่มโอกาสในการเพิ่มยอดขายหรือตอบโจทย์อะไรบางอย่างใช่มะครับ

แล้วทีนี้ก็มีคนถามอีกนั่นแหละว่า ทุกวันนี้คนใช้เฟสบุค ไลน์ ไอจี กันเยอะ มันยังจำเป็นอยู่ไหมที่ต้องมีเว็บไซต์เป็นของตัวเอง . ในมุมมองของผมผมว่าจำเป็นนะครับ โดยส่วนตัวผมมองว่าการมีอะไรที่เป็นของเราเองมันมั่นคงกว่า จริงอยู่ที่เฟสบุคคนก็ใช้งานเยอะ เห็นง่าย แต่ถ้าเราฝากชีวิตไว้กับแพลตฟอร์มคนอื่นๆ แล้วอยู่ๆวันดีคืนดีเขาเปลี่ยนนโยบายใหม่ ก็ต้องเหนื่อยกันใหม่ เป็นต้น ผมเคยเจอเคสหลายเคสแล้ว ที่เว็บดังๆก็ปิดตัวใหม่ ทำให้ชีวิตหลายคนเปลี่ยนไปเลย ยกตัวอย่างเช่นเว็บ Multiply ใครจะเชื่อว่ามันจะปิดตัวลงแบบนั้น ช่างภาพทั้งหลายหมดที่ฝากพอร์ตไปเลยทีเดียว . กระนั้นผมก็ไม่ได้ต่อต้านว่าไม่ให้ทำเพจนะคับ มันคือสิ่งที่ดีมาก แต่จะดีกว่าไหมถ้าเราทำทั้งคู่ควบคู่กัน

ต่อมาประเด็นหนึ่งที่เราต้องคิดก่อนจะทำเว็บไซต์ก็คือ “เราต้องการอะไรกันแน่?” บางคนคิดแต่อยากจะมีเว็บ แต่ก็ไม่รู้สโคปความต้องการของตัวเองว่าจะให้คนที่เข้าเว็บ มาทำอะไรกับเว็บเราได้บ้าง ทำให้พอไปว่าจ้างคนทำเว็บ แล้วสโคปงานบานปลาย แถมยังกลายเป็นของที่ไม่ได้ใช้อีก  ราคาค่าจ้างก็พุ่งไปอีก

ให้คิดแบบนี้ครับ “เราทำเว็บไซต์ไปเพื่ออะไร?” เช่นบางคนแค่อยากมีพื้นที่ไว้เล่าเรื่องราวชีวิตของตนเอง มีคนมาอ่าน กดไลค์ เมนต์ได้ อะไรแบบนี้ ก็หมายถึงการทำเว็บแนวบล็อก แนวเน้นแสดงเนื้อหาเป็นต้น ไม่จำเป็นต้องใช้ระบบซื้อขายอะไรมาเกี่ยวข้อง เพราะไม่ได้ขายอะไรอยู่แล้ว

หรือบางคนทำเว็บนำเสนอข้อมูลบ้านตากอากาศ ราคาเป็นล้านๆ ก็ไม่จำเป็นต้องมีระบบตะกร้าสินค้าก็ได้ เพราะผมว่า งานแบบนี้ก็น้อยคนที่จะมานั่งคลิกเลือกบ้านลงตะกร้าสินค้า แล้วจ่ายเงิน เพราะมันต้องไปดูให้เห็นกับตา ขั้นตอนมันเยอะแยะมากมาย

บางคนอยากได้เว็บไว้ขายของ เว็บแบบนี้เรียกว่า Ecommerce ครับ อันนี้ก็ต้องตอบตัวเองให้ได้เหมือนกันว่าจะ “ขายสินค้าเอง” หรือ “ให้คนอื่นมาฝากขายได้ด้วย” เพราะขั้นตอนการทำงานมันต่างกันมาก ราคาก็ต่างกันแบบก้าวกระโดดด้วยเช่นกัน

Credit Image : https://dribbble.com/shots/3722309-Rebound-of-Agency-Landing-Page/attachments/835149

ดังนั้นสิ่งที่ผมอยากจะแนะนำมากๆก็คือลองลิสต์ดูครับว่า ถ้าตัวเองเป็นลูกค้าที่จะเข้ามาในเว็บของตัวเอง เราจะอยากเจออะไร อยากทำอะไรกับมันบ้าง ถ้าเราตกตะกอนมันได้ เราก็จะได้เห็นภาพว่า สิ่งที่เรากำลังทำมันเหมาะหรือเปล่า เช่น ถ้าลิสต์ไปลิสต์มา อ้าว ไม่จำเป็นต้องให้มีคนซื้อของผ่านเว็บหรอก เพราะคนส่วนมากชอบทักไลน์มาถาม เราก็ทำปุ่มเชื่อมไปยังไลน์แทน ไม่ต้องเอาระบบตะกร้าสินค้าลงเว็บ อะไรทำนองนี้ครับ

ส่วนในเรื่องของราคาการทำเว็บไซต์ แน่นอนว่าก็แตกต่างกันไปตามแต่ละประเภทครับ เว็บที่เน้นแสดงเนื้อหาอย่างเดียวก็ถูกลงมาหน่อย เว็บที่มีระบบซื้อขายก็แพงขึ้นมา เว็บที่ต้องมีอะไรยุ่งยากเพิ่มขึ้นไปอีก ก็แพงขึ้นไปอีก แถมยังมีมิติของเวลาด้วย งานด่วนแค่ไหน ก็ว่ากันไป

ราคาตลาดของการทำเว็บในเมืองไทยต่างกันสุดขั้วมากครับ คุณสามารถหาคนทำเว็บราคาหลักร้อย ไปจนถึงหลักล้าน ขึ้นอยู่กับว่าดีลกับใคร ถ้าเป็นคนใหม่ในวงการก็อาจจะมีค่าแรงที่ถูกลงมา เพราะส่วนมากก็อยากจะได้งานมาทำเพื่อสร้างพอร์ต ส่วนคนที่มีชื่อเสียงอยู่แล้วเขาก็จะแสกนงานว่าจะทำให้เจ้าไหน งานก็จะมีราคาเพิ่มขึ้นไปด้วยครับ . ข้อแนะนำของผมก็คือ ผมแนะนำว่าให้ลองคุยกันก่อนกับคนที่จะมาทำเว็บให้ การได้เจอหน้ากันก็เป็นเรื่องที่ดีนะครับ บางทีการคุยกันผ่านโลกออนไลน์ มันไม่ได้อรรถรสและไม่ได้เห็นบุคลิกอะไรที่ชัดเจน ให้ดูพอร์ตของเขาให้เยอะๆครับว่าทำอะไรมาแล้วบ้าง . ถ้าเป็นน้องๆจบใหม่พอร์ตอาจจะยังไม่เยอะ ก็ลองสอบถามว่าพวกระบบพวกนี้สามารถทำได้ไหม และใช้เวลานานเท่าไหร่ ถ้าทำไม่ได้จะเป็นอย่างไร ก็คุยกันให้ดีครับ

คนทำเว็บเป็นมีเยอะ แต่ทำเว็บแล้วจบได้ดั่งใจก็เป็นอีกเรื่องหนึ่ง

เพราะเว็บไซต์คือบ้านของเรา แล้วบ้านแบบไหนหละที่เราต้องการ?


Phraisohn Siripool is a Graphic Designer and Website Developer. Contact Buksohn for Your Business Endeavours