18
Jun

ทักษะ 5 ป. ที่คนทำเว็บไซต์สมัยใหม่ควรมี

Category: Blog / 1,072 views

ทุกวันนี้นะครับ มีคนทำงานออกแบบเยอะมาก โดยเฉพาะในวงการการทำเว็บไซต์ก็มีคนออกแบบ คนทำเว็บเยอะอย่างกะดอกเห็ดเลยครับ เมื่อมีคนทำงานเหมือนกันเยอะ ด้วยความรู้พื้นฐานที่เรามีก็คงไม่เพียงพอสำหรับการรับงานบางอย่าง ดังนั้นเราจึงควรเพิ่มทักษะของตัวเองไปด้วยครับ  วันนี้ผมจะขอนำทักษะห้าอย่างที่สำคัญสำหรับนักออกแบบเว็บไซต์ว่าสมัยนี้ควรจะมีทักษะอะไรบ้าง จึงจะทำให้การทำงานออกมาดี ผมเรียกว่า ทักษะ 5 ป. ละกันนะครับ

 

 

ป. ที่หนึ่ง ป. “ปรับตัว” (Adaptability)

คนที่จะเป็นนักพัฒนาเว็บไซต์ที่ดีได้นั้น จะไม่จำกัดความสามารถของตัวเองไว้ที่ภาษาใดภาษาหนึ่งครับ ยิ่งการทำงานกับผู้คนมากหน้าหลายตา ติดต่อกับคนหลายระดับ ก็ยิ่งสำคัญที่ว่าเราควรจะรู้ภาษาสำหรับการพัฒนาเว็บไซต์ภาษาอื่นด้วย เพื่อให้สามารถทำงานได้หลากหลายยิ่งขึ้นครับ  ปัจจุบันนี้มีภาษาคอมพิวเตอร์ให้เรียนรู้เยอะมากครับ ไม่ว่าจะเป็นภาษา C, C++, C#, Java, Perl, Python, Ruby, HTML, XHTML เป็นต้น (นี่แค่บางส่วนเท่านั้นครับ) ซึ่งภาษาเหล่านี้เราก็สามารถเรียนรู้ได้ และมีการนำมาใช้ที่ต่างกันครับ แล้วแต่โปรเจ็คที่ได้รับ  ยิ่งปัจจุบันนี้วิวัฒนาการการทำเว็บไซต์เป็นไปอย่างก้าวกระโดด ถ้าเรามีความรู้แค่ภาษา HTML อย่างเดียว แต่เขียน CSS ไม่เป็น ไม่รู้ว่า JQUERY คืออะไร หรือ  XML มาจากไหน? เราก็ต้องเสียเวลาหาคนมาทำหน้าที่ตรงนี้ให้อีก  ดังนั้น เรียนรู้หลายๆภาษาไว้ก็ได้เปรียบครับ

 

ป. ที่สอง ป. “ประสิทธิภาพ” (Efficiency)

ทุกงานแหล่ะครับ ต่างก็ต้องการคนเก่ง มีความสามารถมาทำงานให้ ดังนั้นทุกครั้งที่เราทำงาน เราต้องเอาใจใส่และทำให้ดีที่สุดครับ เพื่อให้งานออกมามีประสิทธิภาพ  ประสิทธิภาพในที่นี้คือการรู้จักทำงานเพื่อให้ผลลัพธ์ออกมาดีที่สุด  ยกตัวอย่างเช่น รู้จักการใช้เครื่องมือในการออกแบบ  เช่น ใช้โปรแกรม Dreamweaver  แก้โค้ด ดีกว่ามานั่งแก้ใน notepad นะครับ (ทำได้ แต่ถึก)  รู้จักใช้ Frameworks ที่เหมาะกับงาน เช่น ถ้าต้องการจะทำเมนูที่วิ้งๆ สวยๆ มี sub menu ตกลงมา ผมว่าแทนที่จะมานั่งเขียนโค้ดใหม่ ก็ลองหาดาวน์โหลดจากเว็บที่เค้ามีให้โหลดฟรีจะดีกว่านะครับ เพราะเขียนไปแล้ว สุดท้ายก็ได้เหมือนที่เค้าแจกอยู่ดี   เราแค่นำมาปรับเปลี่ยนลูกเล่นบางอย่างจะดีกว่าการมานั่งเขียนโค้ดใหม่ทั้งหมดครับ ถ้าทำแบบนี้จะทำให้เราสามารถทำงานได้เร็วยิ่งขึ้น   หรือการรู้จักใช้ CMS ให้เหมาะสำหรับการพัฒนาเว็บไซต์ ยกตัวอย่างจะทำเว็บขายของ ก็ใช้ Virtuemart, OsCommerce, Magento หรือ E-commerce CMS ตัวอื่นๆก็ได้ เพราะพวกนี้เป็น Opensource สามารถให้เรานำมาพัฒนาใช้งานได้ โดยไม่ต้องเสียเวลาไปนั่งเขียนโค้ดใหม่ครับ

 

ป. ที่สาม ป. “ปรับเปลี่ยน” (Flexibility)

ทุกวันนี้จะสังเกตเห็นได้ว่าหลายๆที่ต้องการคนที่มีความสามารถมากกว่าหนึ่งอย่าง เราจึงต้องปรับเปลี่ยนตัวเอง ยืดหยุ่นความสามารถได้ด้วย พูดอีกนัยหนึ่งก็คือ เราต้องสามารถเขียนเว็บได้ทั้งแบบ Front-End (หน้าเว็บสำหรับผู้ใช้งาน) และแบบ Back-End (หน้าเว็บสำหรับเว็บมาสเตอร์)  ข้อนี้ก็เกี่ยวข้องกับข้อที่หนึ่งครับ ถ้าคุณรู้แค่ภาษา HTML กับ Javascripts แต่เขียนโปรแกรม PHP ไม่เป็น ติดต่อกับฐานข้อมูลโดยใช้ MySQL ไม่ได้  บริษัทหรือลูกค้าที่จะว่าจ้างก็จะต้องหาคนอื่นมาทำหน้าที่ตรงนี้ แต่ถ้าหากคุณทำได้ คุณก็จะดูมีคุณค่ามากขึ้นในสายตาของลูกค้าครับผม

 

ป. ที่สี่ ป. “ปิ๊งไอเดีย” (Creativity)

โชคไม่ค่อยดีสักเท่าไหร่ครับ ที่คนส่วนใหญ่ต่างมีความเชื่อผิดๆว่า การพัฒนาเว็บไซต์ก็เป็นงานศิลปะแบบพื้นๆทั่วไปเท่านั้น  การจะเป็นนักพัฒนาเว็บไซต์และโดดเด่นได้นั้นจะต้องอาศัยหลายสิ่งหลายอย่าง อย่างหนึ่งที่สำคัญและท้าทายมากที่สุดก็คือ การ “ปิ๊ง” ผุดความคิดใหม่ๆ ความสร้างสรรค์นี่แหล่ะครับ  เมื่อออกแบบเว็บไซต์ เราต้องตัดสินใจเลือกสี เลือกตัวอักษร เลือกรูปแบบการแสดงผล แม้กระทั่งฟังก์ชั่นการทำงานของเว็บไซต์  จะเห็นได้ว่ามีเว็บมากมายเลยในโลกอินเตอร์เน็ตที่ออกแบบมาอย่างคร่าวๆ ไม่ได้ประณีตสักเท่าใดนัก  ถ้าเป็นนักพัฒนาเว็บไซต์ที่เยี่ยมยอดแล้วละ็ก็ เค้าจะเอาหัวใจและจิตวิญญาณลงไปในโปรเจ็คนั้นๆของเค้าเลยแหล่ะครับ พร้อมกับอุิทิศเวลาในการทำงานอย่างเต็มที่ เพื่อให้งานออกมาอย่างดีที่สุด  จำไ้ว้ว่าใครที่ทำแบบขอไปที  ไม่มีวันประสบผลสำเร็จหรอกครับ

 

ป. ที่ห้า ป. “เป๊ะ” (Reliability)

สิ่งนี้คือสิ่งที่สำคัญมากๆๆๆ เลยครับ นั่นก็คือการ “ตรงต่อเวลา” เมื่อเรากำหนดวันปิดโปรเจ็คแล้ว ก็ต้องทำให้เสร็จตามแผนงานที่วางไว้ เพราะนี่เกี่ยวข้องกับความน่าเชื่อถือของคุณด้วยครับ บางครั้งถ้าเรากำหนดเส้นตายไว้แล้ว ถ้าเวลาเหลือน้อยก็ต้องทำงานแบบหามรุ่งหามค่ำกันเลยทีเดียว แต่จริงๆแล้ว การทำงานแบบหามรุ่งหามค่ำไม่ดีต่อสุขภาพนะครับ เราต้องรู้จักแบ่งเวลาให้ดี และควรบริหารเวลา จัดเวลาให้เป็น ครับ วิธีที่ดีในการบริหารงานก็คือ ให้แบ่งงานออกเป็นทีละขั้นๆ แล้วกำหนดวันเสร็จงานในขั้นนั้น ยกตัวอย่างเช่น พอได้งานมาหนึ่งงาน ก็แบ่งออกเป็น ขั้นตอนการเขียน site map  ขั้นตอนการออกแบบ  ขั้นตอนการตัดธีม เป็นต้น แล้วก็กำหนดวันเสร็จว่า เขียน sitemap ให้เวลาสองวัน ออกแบบ สองอาทิตย์ ตัดธีมอีกห้าวัน เป็นต้น ถ้าทำแบบนี้จะทำให้เรารู้ว่าในแต่ละวันเราต้องทำอะไร และไม่เหนื่อยหรือหักโหมด้วยครับ

 

ผมก็หวังว่าบทความนี้จะทำให้เราได้ไอเดียในการทำงานมากยิ่งขึ้นนะครับ ทุกวันนี้มีคู่แข่งทางการตลาดเยอะ การจะโดดเด่นในวงการก็ยิ่งท้าทายมากขึ้น แต่ผมเชื่อว่าถ้าเราตั้งใจจริง ทุ่มเท และเอาใจใส่ และมีความสุขกับงานที่ทำ ในทีุ่สุด เราก็จะได้รับสิ่งดีๆตอบแทนกลับมาแน่นอนครับผม

Tags:


Phraisohn Siripool is a Graphic Designer and Website Developer. Contact Buksohn for Your Business Endeavours